จากห้องเรียนสู่โลกจริง! พี่ออม Artist 2D Free-lance ศิษย์เก่า 'ออกแบบเพื่อการแสดง' ม.บูรพา แชร์สกิลที่ใช้หาเงินได้จริง!
- PINK MUPA

- 3 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

น้อง: สวัสดีค่ะพี่ออม! ก่อนอื่นให้น้อง ๆ ได้รู้จักกับพี่ออมอีกครั้งนะคะ พี่ชื่ออะไร เรียนจบจากคณะอะไร สาขาอะไรคะ?
พี่ออม: สวัสดีค่ะทุกคน พี่ชื่อ นางสาวศรัณย์พร พิมชะนก หรือเรียก "ออม" ก็ได้ค่ะ พี่จบจาก คณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา ในสาขาวิชาศิลปะการแสดงประยุกต์ แขนงวิชา การออกแบบเพื่อการแสดง ค่ะ ตอนนี้เป็น Freelance สาย Artist 2D ค่ะ
น้อง: สุดยอดเลยค่ะ! อยากให้พี่ออมเล่าถึงผลงานล่าสุดที่ได้ทำหน่อยค่ะ ว่าบทบาทของพี่ออมในฐานะ Artist 2D มีอะไรบ้าง?
พี่ออม: ล่าสุดพี่มีโอกาสไปช่วยงานแอนิเมชันธีสิสของน้อง ๆ ม.ศรีปทุม ชื่อโปรเจกต์ Instruck ค่ะ บทบาทหลักของพี่คือการ วาดฉากหลังประกอบ (Background Artist) ซึ่งต้องใช้ทักษะด้านองค์ประกอบศิลป์ที่เรียนมาอย่างเต็มที่เลยค่ะ
น้อง: ฟังดูน่าสนใจมากค่ะ! แล้ววิชาหรือทักษะอะไรที่พี่ออมเรียนจากหลักสูตร "ออกแบบเพื่อการแสดง" ที่รู้สึกว่าได้นำมาใช้ในการทำงานจริง 100% เลยคะ?
พี่ออม: ส่วนที่ได้มาเต็ม ๆ คือเรื่องของ องค์ประกอบศิลป์ (Composition) ค่ะ การจัดวางพร็อพต่าง ๆ ในภาพวาดให้สวยงาม การคำนึงถึงตำแหน่งที่สมจริง ขนาด แสง และสี ต้องใช้สายตาที่ค่อนข้างกะระยะแม่นยำ ซึ่งสกิลพวกนี้แหละที่สำคัญมากสำหรับงาน Art โดยเฉพาะสาย 2D ค่ะ
น้อง: (แทรกเรื่อง Vtuber) ได้ยินมาว่าพี่ออมเคยทำธีสิสเกี่ยวกับ Vtuber ด้วยใช่ไหมคะ? การทำโปรเจกต์นั้นทำให้พี่ออมได้เรียนรู้อะไรบ้าง และเอาไปต่อยอดกับงานปัจจุบันได้ยังไงคะ?
พี่ออม: ทำให้รู้เลยค่ะว่าการทำ Vtuber คนเดียวนั้น ไม่ง่ายเลย! มันต้องใช้สกิลหลายด้านมาก ๆ ต่อให้เราเก่งแค่ไหน แต่พลังกายพลังใจในการทำคนเดียวมันไม่พอจริง ๆ ค่ะ หลังจากจบธีสิสพี่ได้ลองสร้างช่อง Vtuber ของตัวเองและทำคอนเทนต์ต่อ ซึ่งเป็นบทเรียนที่ทำให้รู้ว่าการทำงานเป็นทีมสำคัญที่สุดค่ะ ใครที่สนใจด้านนี้เตรียมตัวเตรียมทีมให้พร้อมนะคะ!
น้อง: ฟังแล้วเห็นภาพเลยค่ะว่าหลักสูตรของเราเน้นการลงมือปฏิบัติจริง... แล้วบรรยากาศการเรียนในคณะดนตรีและการแสดง ม.บูรพา เป็นยังไงบ้างคะ?
พี่ออม: สังคมในมหาลัยค่อนข้างเป็นกันเองมาก ๆ ค่ะ! อาจจะมีขรุขระบ้างนิดหน่อย และอาจจะต้องใช้พลังกายพลังใจในการเข้าเรียนสำหรับสาย Introvert แต่โดยรวมแล้วสนุกดีค่ะ เพื่อน ๆ น่ารัก อาจารย์เฟรนลี่ ที่สำคัญ... แมวอ้วนมากค่ะ (หัวเราะ)
น้อง: โลกของการทำงานจริงกับตอนเรียนแตกต่างกันมากไหมคะ?
พี่ออม: ส่วนตัวพี่มองว่าต่างกันตรงที่ "ความยุ่ง" ค่ะ พอจบมาภาระการบ้านหายวับ ทำให้ว่างสุด ๆ เลยต้องดิ้นรนหนักมากในการหางานหาเงิน ซึ่งสนามจริงของสายงาน Art คือ การแข่งขันสูงลิบ และแรงกดดันจากคนรอบข้างหนักกว่าตอนเรียนอีกค่ะ ต้องเตรียมใจให้พร้อม!
น้อง: สุดท้ายนี้ พี่ออมมีอะไรอยากฝากถึงน้อง ๆ ที่สนใจอยากเรียนหลักสูตร "ออกแบบเพื่อการแสดง" และอยากทำงานแบบพี่ออมบ้างคะ?
พี่ออม: "พยายามเก็บเกี่ยวสกิลเยอะ ๆ" ในช่วงที่เรียนไว้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสกิลการแสดง (หากเป็นสายนักแสดง) หรือสกิลเบื้องหลังทุกอย่างที่อาจารย์สอน นอกจากสกิลแล้ว สิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือ "ผลงานที่จับต้องได้" (Portfolio) และ "คอนเนคชั่นที่ดี" ค่ะ คณะมีกิจกรรมอะไร เสนอตัวเข้าไปทำเลยค่ะ เพราะโอกาสดี ๆ มักจะมาจากการที่เราไม่หยุดพัฒนาตัวเองและสร้างสรรค์ผลงานนี่แหละค่ะ!
น้อง: ขอบคุณพี่ออมมาก ๆ เลยค่ะที่มาแชร์ประสบการณ์สุดล้ำค่าในวันนี้!

เวอร์ชั่นนำเสนอดนตรีและการแสดงนิพนธ์
เวอร์ชั่นใช้งานจริง




ความคิดเห็น